อย่างเช่นบางคนมีธาตุไม้และธาตุดินในดวง เป็นสองธาตุที่แข็งแรงปะทะกัน จะต้องหาธาตุตัวกลางมาเชื่อมเพื่อให้ธาตุหมุนเวียนได้ไม่ติดขัดซึ่งก็คือธาตุไฟดังนั้นการใช้เสื้อผ้า การเลือกเครื่องประดับ ก็ควรจะเป็นธาตุไฟ
ถ้าไปเลือกผิดโดยคิดตัวเองมีธาตุดินเป็นธาตุประจำตัว ดินก็จะยิ่งแข็งเข้าไปใหญ่ ทำลายไม้ในดวงอีก แทนที่จะเสริมดวงชะตา กลายเป็นเพิ่มความขัดแย้ง
ดิถีธาตุนั้นก็ต้องมาดูอีกว่า เป็นดิถีแข็งแรงหรืออ่อนแอ เช่น มีธาตุไฟแต่เป็นไฟที่แข็งแรง ถ้าเสริมเข้าไปอีก มีมากเกินไป จะทำให้ข่มคนรอบข้าง ไม่มีมิตร ไม่มีผู้อุปถัมภ์ ความสัมพันธ์กับคู่ก็จะไม่ดี
เป็นคนธาตุไฟ แต่ถ้าพิจารณาพื้นดวงแล้ว อาจจะต้องเสริมธาตุไม้ก็ได้ แต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน จะมาดูแค่ราศีเกิด ปีเกิดเฉยๆไม่ได้
หลายคนจัดบ้านสวย ซื้อของมงคลครบ แต่ชีวิตยังเหนื่อยเท่าเดิม บางทีปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามของบ้าน แต่อยู่ที่พลังของพื้นที่ที่ยังไม่ลงตัว ฮวงจุ้ยที่แท้จริงคือการจัดพลังให้สอดคล้องกับชีวิต ไม่ใช่แค่ตกแต่งให้ดูดี
เจ้าสัวหรือนักธุรกิจที่ต้องการความสำเร็จอย่างยั่งยืน มักจะใช้ฮวงจุ้ยทั้งสองแบบควบคู่กันไป เพราะแบบสถิตคือรากฐานที่แข็งแกร่ง ส่วนแบบพลวัตคือการปรับจูนให้เข้ากับกระแสพลังงานที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้ธุรกิจรุ่งเรืองไม่ว่าจะยุคไหนๆ นั่นเอง!
เรื่องนี้มันมีเหตุผลลึกซึ้งมากๆ ว่าทำไมเจ้าสัว หรือนักธุรกิจระดับมังกรเศรษฐีทั้งหลายถึงเลือกใช้ฮวงจุ้ยแบบซานหยวนปุ๊ป้าย ไม่ใช่แค่ฮวงจุ้ยทั่วไปที่ดูแค่ของตกแต่งหรือทิศทางแบบผิวเผินนะ
คุณเคยไหม? นอนเท่าไหร่ก็ไม่สดชื่น ตื่นมาแล้วรู้สึกเพลีย เงินทองติดขัด ความรักไม่ราบรื่น ทะเลาะกับคนในบ้านบ่อยๆ?
หลังจากทำแซกีไม่นาน เกิดเรื่องมหัศจรรย์ไม่หยุด!!
12 มี.ค. 2566
Copyrights © 2020 . All Rights Reserved.